

เมื่อพูดถึง “คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ” หลายคนอาจนึกถึงเรื่องสุขภาพร่างกาย ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต การเลือกบ้านอยู่ใกล้โรงพยาบาล หรือการดูแลที่ครบถ้วนเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมครับว่าความจริงแล้วสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการมากกว่านั้นคือ “สังคมที่ดี” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันครับ
เพราะมนุษย์เราไม่ว่าอยู่ในวัยไหนล้วนต้องการความรู้สึกว่า ฉันยังเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ ยังสำคัญกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักเผชิญกับความรู้สึกเหงาอยู่ในใจลึก ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลัวว่าจะเป็นภาระ กลัวว่าตัวเองไม่มีคุณค่าเท่าเดิม ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายมาก โดยเฉพาะที่ต้องอยู่ลำพังเป็นเวลานาน ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด หรือไม่มีลูกหลานไว้พูดคุย
หลายคนอาจเคยเห็นเคสตัวอย่างแบบนี้กันมาเยอะมากใช่ไหมครับ ที่ลูกหลานตั้งใจจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้กว้างขวาง ความปลอดภัยจัดเต็ม พร้อมซื้อกล้องวงจรปิดติดรอบบ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างสะดวกสบายที่สุด เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เหมาะจะใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายเลยก็ว่าได้ แต่…สุดท้ายผู้สูงสูงอายุกลับต้องอยู่เพียงลำพังในบ้าน
ซึ่งถ้ามองภาพรวมอาจดูว่านี้คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ต้องบอกก่อนว่านั้นไม่ใช่ทั้งหมดที่ผู้สูงอายุต้องการครับ ถ้าลองอ่านใจก็คงได้ยินเสียงเขาบ่นว่าเหงาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจบนับครั้งไม่ถ้วนเลยละครับ ยิ่งปล่อยไว้นานก็อาจนำไปสู่ความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง หรือน้อยใจสะสมจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่ทันรู้ตัวเลยก็ได้ครับ
แน่นอนว่าเราอยากให้พ่อแม่อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ลึก ๆ แล้วก็อยากให้เขามีความสุขจริง ๆ มีเพื่อนคุย มีคนวัยเดียวกันทีเข้าใจวิถีชีวิตแบบเดียวกัน เพราะบางครั้งต่อให้ลูกหลานรักแค่ไหน ก็ไม่สามารถเติมเต็มบางส่วนได้เท่าการมีเพื่อน มีสังคม มีคนที่พูดเรื่องเดียวกัน เข้าใจประสบการณ์เดียวกัน
ทำกิจกรรมแบบเดียวกันได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการเพียงที่อยู่อาศัย แต่ต้องการคอมมูนิตี้ที่เข้าใจ ที่ทำให้รู้สึกว่าเขายังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ยังมีบทสนทนา มีเสียงหัวเราะ มีพื้นที่ที่เขาจะได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าด้วยครับ
ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่เริ่มมองหาคอมมูนิตี้ดี ๆ ให้พ่อแม่มากขึ้น ไม่ใช่เพราะอยากฝากไว้ที่ไหนสักแห่ง แต่เพราะอยากให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ อยากให้ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้มีคนชวนเดินเล่น พูดคุย ทำกิจกรรม ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอยู่บ้านคนเดียวทั้งวัน สุขภาพใจแข็งแรงขึ้น และยังมีความสุขได้ทุกวันครับ เรามาดูกันครับว่า Community ที่เหมาะกับวัยเก๋าในยุคนี้จะมีอะไรบ้าง
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาสังคมดี ๆ ให้พ่อแม่ ผมอยากบอกว่าเรามีตัวเลือกเยอะกว่าที่คิดครับ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านอยู่บ้านเฉย ๆ เพียงอย่างเดียว เริ่มจากสิ่งที่เราทุกคนเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างอย่างชมรมผู้สูงอายุ (Senior Club) หรือ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของชุมชน
แค่ได้ยินชื่อก็รู้เลยใช่ไหมครับว่าสร้างมาเพื่อวัยเกษียณโดยเฉพาะ ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งร้องเพลง เล่นเกม ฝึกสมอง งานศิลปะ หรือออกกำลังกายเบา ๆ แถมบางที่ค่าใช้จ่ายน้อยหรือฟรีด้วย ทำให้ผู้สูงอายุได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ลดความเหงา และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้ลอง
สำหรับวัยเก๋าที่ยังแข็งแรงและชอบเคลื่อนไหว ก็มี คลับสุขภาพหรือฟิตเนสสำหรับผู้สูงวัย และศูนย์ดูแลแบบ Day Care ที่เปิดให้ไปเช้าเย็นกลับ ให้ท่านได้ออกกำลังกาย สนุกกับกิจกรรม และเจอเพื่อนวัยเดียวกันระหว่างวัน แต่ยังกลับมาพักผ่อนที่บ้านได้ ทำให้ลูกหลานสบายใจครับ
ถ้าต้องการความสะดวกครบวงจร ก็มีบ้านพักผู้สูงอายุหรือเนอร์ซิ่งโฮม ที่จัดโปรแกรมกิจกรรมรายวันตั้งแต่เช้ายันเย็น ทั้งออกกำลังกาย งานศิลปะ กิจกรรมกลุ่ม หรือการดูแลสุขภาพประจำวัน ผู้สูงอายุจะได้ทั้งสังคมและความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจอย่าลืมพิจารณาเรื่องความปลอดภัย บรรยากาศ กิจกรรม และความเป็นมือโปรของผู้ดูแลให้ตรงกับความต้องการของพ่อแม่ด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้สำหรับใครที่อยากให้พ่อแม่ได้ทั้งเพื่อนใหม่ กิจกรรมสนุก และการดูแลที่ปลอดภัยแบบครบทุกมิติ การมองหาเนอร์ซิ่งโฮมก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจที่ผมอยากแนะนำครับ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ที่พักแต่เป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น ผู้สูงอายุได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ทำกิจกรรมตามความสนใจ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพทุกวัน นอกจากสังคมดี ๆ แล้ว
การดูแลจากเจ้าหน้าที่มืออาชีพก็ช่วยให้ลูกหลานสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือสุขภาพของพ่อแม่ ทุกอย่างออกแบบมาให้ครบ ทั้งกิจกรรม บำบัด ดูแลประจำวัน และอาหารที่เหมาะสม ทำให้ผู้สูงอายุไม่เหงา แถมยังมีความสุขได้อย่างเต็มที่กับทุกวันของชีวิตครับ